0 Comments

รู้จักวรรณคดีโบราณ

ต่อเนื่องจากเรื่อง “ขุนทึง”

มาต่อจากตอนที่แล้ว หลังจากเล่าเรื่อง “ขุนทึง” ส่วนแรกไปเรียบร้อย วรรณคดีเรื่องนี้ถือเป็นเครื่องสะท้อนความเชื่อ สังคม และวัฒนธรรมอีสานในยุคนั้นได้อย่างชัดเจน เรื่องราวของชายหนุ่มนามขุนทึงจึงยังมีเรื่องราวต่อเนื่องที่น่าสนใจ

ขุนทึงเติบโตและขอวิเศษจากนาค

หลังจากขุนทึงถูกจับไปทิ้งในป่า ขุนเทืองผู้เป็นบิดาก็รับขุนทึงกลับไปอยู่ในพระนคร เมื่อขุนทึงเติบโต เขาได้กลับไปเยี่ยมมารดาของตนซึ่งเป็นนาค พร้อมขอวิเศษจากหม้อวิเศษของตาผู้เป็นนาค ในการกลับจากเมืองเชียงเงื้อม นางแอกขอให้ขุนทึงเอาขอวิเศษไปเกี่ยว ณ ที่ใด ให้ขุนทึงได้พักตรงนั้น ผลปรากฏว่าเกิดอิทธิฤทธิ์ขึ้น ทำให้เกิดเมืองใหม่ชื่อ “ศรีสัตตนาค” โดยมีขุนทึงเป็นผู้ปกครอง

การปกครองและครอบครัวของขุนทึง

ขุนทึงปกครองเมืองอย่างสงบร่มเย็น จนได้ นางทอง เป็นภรรยา ต่อมาเขาได้พบ นางชะนี ในป่าและมีบุตรชื่อ อำคา
เมื่ออำคาเติบโต เขาได้กลับไปหาขุนทึงและได้รับมอบเมืองศรีสัตตนาคปกครองต่อเป็นเวลา 1,000 ปี ก่อนอำคาจะเสียชีวิตและกลับไปอยู่กับนางชะนีในสวรรค์

ข้อคิดและคุณค่าของวรรณคดี

จากเรื่องขุนทึง จะเห็นได้ว่าวรรณคดีเรื่องนี้สะท้อนสภาพสังคมอีสานได้อย่างชัดเจน

  • การที่อำคาจัดงานศพให้ขุนทึงผู้บิดา สอนให้ชาวอีสานรู้จัก บุญคุณของบิดามารดา
  • ช่วยส่งเสริม ความแน่นแฟ้นของครอบครัว และค่านิยมทางสังคมผ่านวรรณกรรม
  • รูปแบบการเล่าเรื่องซ้อนกัน (ขุนเทือง → ขุนทึง → อำคา) ทำให้ จำง่ายและเข้าใจง่าย สอดคล้องกับวิถีชีวิตเรียบง่ายของสังคมอีสาน

ลักษณะการเล่าเรื่อง

วรรณคดีเรื่องขุนทึงมีการเล่าเรื่องแบบทับซ้อน คือ

  1. ส่วนแรกเป็นเรื่องขุนเทือง ซึ่งต่อมาจะให้กำเนิดขุนทึง
  2. ส่วนหลังเป็นเรื่องขุนทึง ซึ่งต่อมาจะให้กำเนิดอำคา
    ในแต่ละตอนมีโครงเรื่องคล้ายกัน เช่น การออกไปเที่ยวป่า พบคู่ครอง และมีบุตรกลับมาเป็นใหญ่ วิธีการเล่านี้ช่วยให้ ผู้อ่านและผู้ฟังจดจำเรื่องราวได้ง่าย และสะท้อนสังคมอีสานอย่างเรียบง่ายและมีระเบียบ

Related Posts

ประวัติวรรณคดี

ประวัติวรรณคดี ความเป็นมาตั้งแต่อดีต

วรรณคดี เป็นผลิตภัณฑ์ของเวลาและสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อของสังคมที่หล่อหลอมเรื่องราวเหล่านี้ขึ้นมา ด้วยเหตุนี้จึงมักมีการอ่านสำรวจเนื้อหาภายในวรรณกรรม เพื่อค้นคว้าหาข้อมูลในช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ต่าง ๆ และสืบค้นข้อมูลที่เกิดขึ้นในช่วงยุคต่าง ๆ  ประวัติศาสตร์และวรรณคดีโบราณ วรรณคดีที่ถูกพบและเก่าแก่ที่สุด พบในช่วงเวลา…

อ่านหนังสืออย่างไรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

อ่านหนังสืออย่างไรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

วิธีการหาความรู้ที่ง่ายที่สุดอีกวิธีหนึ่งก็คือการอ่าน เพราะเป็นสิ่งที่เราสามารถเรียนรู้ หาความรู้ได้ด้วยตัวเอง โดยที่ไม่ต้องรอหรือว่าให้ใครมาสอน เรารู้ว่าเราไม่รู้อะไร หรือว่าต้องการจะต้องรู้เกี่ยวกับอะไร เราก็สามารถหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านได้ ถ้าไม่อยากจะเสียเงินซื้อ ก็สามารถที่จะไปหายืมตามห้องสมุดมาอ่านได้เช่นกัน และเดี๋ยวนี้ในหนังสือ…

E-book

หนังสือออนไลน์บทบาทใหม่ของเทคโนโลยี

ว่าด้วยเรื่องของการอ่านหนังสือของคนไทยซึ่งปัจจุบันนี้เราพบว่าคนเราห่างจากการอ่านหรือพูดง่ายๆว่าอ่านหนังสือน้อยลงเฉลี่ยปีละ 8 บรรทัดเท่านั้นเองซึ่งถือได้ว่าเป็นสถิติที่น่าตกใจไม่น้อยในขณะที่เมื่อเทียบกับวัฒนธรรมชาวญี่ปุ่นซึ่งรักการอ่านเป็นอย่างมากโดยเฉลี่ยแล้วคนญี่ปุ่นจะอ่านหนังสือเดือนละ 1 เล่มซึ่งเป็นหนังสืออ่านเล่นนอกเวลาแต่เต็มไปด้วยการประเทืองปัญญาและอุตสาหกรรมที่สำคัญในหนังสือแต่ละเล่มนั้นก็ทำ ให้สามารถพัฒนาแนวคิดและวิถีชีวิตของตนเองได้นั่นเองหันกลับมาดูที่สังคมไทยในบ้านเรากับการอ่านหนังสือที่บอกได้เลยว่ายุคนี้เป็นยุคแห่งความฉาบฉวยซึ่งเมื่อไหร่ก็ตามที่พูดถึงการอ่านคนไทยเรามักจะเบือนหน้าหนีในทันที แต่ในปัจจุบันนี้เมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทที่สำคัญในสังคมไทยการอ่านหนังสือก็ ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องที่ง่ายและใกล้ตัวมากยิ่งขึ้นแต่สิ่งที่สำคัญคือหนังสือที่จะได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษก็คือหนังสือประเภทที่สร้างความสนุกสนานบันเทิงเพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าค่านิยมของสังคมไทยและนิสัยคือรักความสนุกสนานเป็นสยามเมืองยิ้มดังนั้นเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดสาระวิชาการเราจึงให้ความสำคัญกันน้อยแต่หันไปให้ความสำคัญกับความสนุกสนานรื่นเริงบันเทิงเสียมากกว่าดังนั้นรูปแบบของหนังสือที่ได้รับความนิยมนอกจากจะต้องเป็นหนังสือที่อัดแน่นไปด้วยความสนุกสนานบันเทิงแล้วยังต้อง เป็นเนื้อหาที่ไม่ยาวมากอีกด้วย  นอกจากนี้ในปัจจุบัน…