อ่านหนังสืออย่างไรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

Home / อ่านหนังสืออย่างไรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

อ่านหนังสืออย่างไรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

วิธีการหาความรู้ที่ง่ายที่สุดอีกวิธีหนึ่งก็คือการอ่าน เพราะเป็นสิ่งที่เราสามารถเรียนรู้ หาความรู้ได้ด้วยตัวเอง โดยที่ไม่ต้องรอหรือว่าให้ใครมาสอน เรารู้ว่าเราไม่รู้อะไร หรือว่าต้องการจะต้องรู้เกี่ยวกับอะไร เราก็สามารถหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านได้ ถ้าไม่อยากจะเสียเงินซื้อ ก็สามารถที่จะไปหายืมตามห้องสมุดมาอ่านได้เช่นกัน และเดี๋ยวนี้ในหนังสือ ก็มีความรู้ทุกอย่างที่เราต้องการอยากจะทราบ เพียงแต่เราจะขวนขวายหามาหรือไม่เท่านั้นเอง

และสำหรับใครที่เวลาอ่านหนังสือที่ไร ก็มักจะมีอาการเบื่อ หรือไม่ก็มักจะไม่เข้าใจ ไม่มีสมาธิในการอ่าน ลองมาดูเทคนิคในการอ่านหนังสือต่อไปนี้ ที่หลายคนเอาไปใช้แล้วได้ผลมากที่สุด คนที่อยากจะเพิ่มประสิทธิภาพการอ่านของตัวเอง น่าจะลองเอาไปใช้ แล้วจะเห็นผลที่แตกต่างจากเดิมแน่นอน มีวิธีไหนบ้างที่น่าสนใจ

-หาบรรยากาศ เราอยากจะอ่านหนังสือได้นาน เราก็ต้องไปคลุกคลีกับคนที่มีนิสัยรักการอ่านเหมือนกัน หรือว่าจะไปอ่านที่ห้องสมุดก็ได้ แล้วเราจะอยากอ่านหนังสือเหมือนคนเหล่านั้น

-ห่างไกลจากสิ่งรบกวน การจะอ่านหนังสือ ให้ได้ผล และเข้าใจมากที่สุดนั้น ที่ที่เราจะอ่าน ควรจะเป็นห้องที่มันมีเสียงเข้ามารบกวน ไม่ว่าจะเป็นเสียงจากคน หรือเสียงจากเครื่องจักรก็ตาม เพราะเมื่อไหร่ที่มันมีเสียงเข้ามารบกวน เราก็อาจจะไม่มีสมาธิในหารอ่านมากเท่าไหร่ และก็จะไม่อยากอ่านด้วย เหมือนที่เราเข้าไปห้องสมุดนั่นแหละ ที่ห้องสมุดเขาจึงงดใช้เสียง เพื่อให้คนที่เข้ามาอ่านหนังสือ ได้มีสมาธิในการอ่านมากขึ้น คนที่อ่านแล้วเบื่อ อ่านได้ไม่นาน ลองเปลี่ยนบรรยากาศการอ่าน ไปหาที่สงบๆ อ่านดูบ้าง เผื่อมันจะช่วยได้ดีขึ้นกว่าเดิม

-กำหนดเป้าหมายในการอ่าน คนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือ แล้วอยากจะเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเอง ให้เป็นคนที่มีนิสัยรักการอ่าน ก่อนที่เราจะอ่านหนังสืออะไรก็ตาม เราควรตั้งเป้าหมายของเราเสียก่อน ว่าจะอ่านกี่หน้า อ่านกี่บท หรือว่าอ่านกี่นาที่ ระยะแรกๆ เราก็ไมต้องเอาเยอะมากก็ได้ และเมื่อเราทำตามที่เราตั้งงเป้าเอาไว้ ครั้งต่อไปก็ให้เพิ่มจำนวนการอ่านของเราให้มากขึ้น นานขึ้น และเมื่อนั้นเราจะติดนิสัยรักการอ่านเอง

-โน้ตสั้นๆลงไปด้วย เมื่อเราอ่านหนังสือไปเจออะไรที่มันโดน หรือมันช่วยให้เราจำอะไรในเนื้อหาได้ง่ายมากขึ้น เราก็ควรจะจดบันทึกงในสมุด หรือว่าทำตำหนิ อย่างเช่นไฮไลต์เอาไว้เลย เพื่อที่คราวหลังเราจะได้ไม่ต้องมาเสียเวลานั่งอ่านใหม่ และเมื่อเรารู้ว่าได้อะไรจากการอ่าน เราก็อยากจะอ่านมากขึ้นเรื่อยๆ ลก็จะทำให้เราติดนิสัยรักการอ่านไปโดยปริยาย

เพียงแค่นี้เราก็สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของการอ่านได้แล้ว และเราก็จะสามารถศึกษาหาอ่านอะไรก็ได้ ที่เราต้องการอยากจะรู้ เพราะเรามีเทคนิคการอ่านที่ดีอยู่แล้ว ใครที่ยังใช้วิธีเดิมๆ แล้วัมนไม่ค่อยอจะได้ผล ลองเอาวิธีดังกล่าวไปลองทำดู โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อยู่ในวัยเรียน ที่ต้องอ่านหนังสือสอบ ถือว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่ง

About Author